ย่อยประวัติศาสตร์ อารยธรรมจีน

ประวัติศาสตร์ อารยธรรมจีน

วันนี้เราจะพาทุกคนไปย่อยประวัติศาสตร์ อารยธรรมจีน ซึ่งจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมที่เก่าแก่มายาวนานถึง 5,000 ปี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และจุดเริ่มต้นของอารยธรรมของจีนนั้นเริ่มขึ้นเมื่อไรและอย่างไรนั้น ตามไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์

ประเทศจีนเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะว่ามีหลักฐานอันเป็นอารยธรรมจีนอันเก่าแก่มาแต่โบราณ ซึ่งในยุคก่อนประวัติศาสตร์นี้แบ่งออกเป็น 4 ยุคด้วยกันคือ

1.ยุคหินเก่า จีนเป็นประเทศที่พบหลักฐานว่ามีมนุษย์อาศัยและตั้งรกรากมาเป็นเวลานาน เพราะได้ค้นพบหลักฐานของมนุษย์หยวนโหม่ว ซึ่งพบในมณฑลยูนนานทีมีอายุประมาณ หนึ่งล้านเจ็ดแสนกว่าปีมาแล้ว และนอกจากนี้ยังค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์ และมนุษย์ถ้ำที่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของปักกิ่ง 

2.ยุคหินกลาง  ในยุคนี้มีการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นหลักแหล่ง ร่วมกว่าหนึ่งหมื่นปีมาแล้ว ได้มีการพบหลักฐานจำพวกถ้วยชาม เครื่องมือทำมาหากินที่เป็นจำพวกหินเช่นหินสับ หัวธนู

3.ยุคหินใหม่ เป็นยุคที่มีอายุกว่าหกพันปีมาแล้ว ในยุคนี้มีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และพบจำพวกเครื่องปั้นดินเผาที่มีลวดลายสีและขัดมัน

4.ยุคโลหะ ในยุคนี้มีหลักฐานของมีดทองแดง และเครื่องสำริดเก่าที่นำมาใช้เป็นเครื่องบรรจุไวน์ กระถาง และกระจกเงาซึ่งพบเห็นได้ในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว ซึ่งมีอายุกว่าสี่พันปีมาแล้ว

2. สมัยโบราณ

สมัยโบราณจะเป็นยุคเมื่อสองพันกว่าปี ก่อนคริสต์ศักราช และเล่าขานกันมาตั้งแต่สี่พันกว่าปีมาแล้วจนถึงปัจจุบันว่าชาวจีนนั้นคือลูกหลานของ เหยียนตี้และหวงตี้ และในยุคนี้ อารยธรรมจีน จะประกอบไปด้วย ราชวงศ์ต่าง ๆ ดังนี้

ราชวงศ์เซี่ย เริ่มมาแต่ปี 2100-1600 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยเริ่มจากพระเจ้าอวี่ ที่ใช้เวลาถึง 13 ปีในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จึงได้รับขนานนามว่า ต้า-ยวี่ และปกครองเมืองจีนเป็นกษัตริย์พระองค์แรกและเริ่มอารยธรรมจีนเป็นประเพณีการสืบราชสมบัติจากพ่อสู่ลูก และพี่สู่น้องทำให้เกิดการปกครองประเทศในลักษณะสืบสายวงศ์สกุลเดียวกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถือว่าเป็นครั้งแรกของจีนที่มีการปกครองสืบสกุลเดียวกัน ในราชวงศ์เซี่ยนี้มีการครองบัลลังก์มายาวนานถึง 500 ปี โดยมีกษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองมาถึง 17 พระองค์ และได้มาสิ้นสุดที่พระเจ้าเจี๋ย ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีนิสัยใจคอโหดร้าย ไม่มีคุณธรรมทำให้ได้มีการรวมกลุ่มของกลุ่มคนและประชาชนร่วมกันทำสงครามขับไล่และประชาชนได้รับชัยชนะ จึงทำให้ราชวงศ์เซี่ยล่มสลายในที่สุด 

ราชวงศ์ซาง หลังจากที่ได้โค่นล้มการปกครองของพระเจ้าเจี๋ยของราชวงศ์เซี่ยแล้ว การครองราชย์ของกษัตริย์พระเจ้าซางทังจึงเกิดขึ้นในราชวงศ์ซาง ซึ่งในราชวงศ์ซางนี้มีอายุยาวนานถึง 550 ปี และมีกษัตริย์จำนวน 31 พระองค์ และในยุคนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นโดยมีการใช้สำริดกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะถ้วยสุรา และกลองสำริด แต่ด้วยกษัตริย์องค์สุดท้ายพระเจ้าโจวหวังเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซาง เนื่องจากประชาชนมีความไม่พอใจในการปกครองเพราะมีการขูดรีดภาษีจากประชาชนและขุนนางเสวยสุขบนความทุกข์ของราษฎร

ทำให้มีการรวมกลุ่มของ นาจา เจียงจื่อหยาง เอ้อหลางฯ และกลุ่มของเผ่าโจวที่มีกำลังอย่างเข้มแข็ง ซึ่งมีผู้นำชื่อ จีฟา ได้รวบรวมกำลังในการเข้าโจมตีพระเจ้าโจวหวัง ทำให้แพ้พ่ายในศึกสงครามครั้งนี้ ราชวงศ์ซางจึงล่มสลาย ทำให้เกิดราชวงศ์โจวแทน

ราชวงศ์โจว ในนามของผู้นำ จีฟา หลังจากที่โค่นล้มราชวงศ์ซางได้ ได้สถาปนาตนเองขึ้นครองราชย์ เปลี่ยนพระนามเป็น พระเจ้าโจวอู่หวัง ได้สร้างเมืองหลวงใหม่ที่เมืองเฮ่า ซึ่งนักประวัติศาสตร์ของจีนได้เรียกแผ่นดินในช่วงนี้ว่า ราชวงศ์โจวตะวันตก ได้มีการยกทรัพย์สินที่ดินให้กับขุนนางที่ทำความดีแก่ชาติบ้านเมืองเป็นครั้งแรกเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน และเริ่มมีการกำหนดการสืบราชบัลลังก์ไว้อย่างชัดเจนว่า ตำแหน่งของกษัตริย์หรือเจ้านครของรัฐต่าง ๆ ต้องสืบทอดได้เฉพาะบุตรคนโตของภรรยาเอกเท่านั้น และบุตรที่เหลือก็รับตำแหน่งที่ลดหลั่นกันลงไปทำให้การสืบทอดอำนาจมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นและมีความมั่นคงของราชวงศ์มาขึ้น และราชวงศ์โจวเป็นราชวงค์ที่ครองราชย์ครองแผ่นดินมายาวนานที่สุดถึง 790 ปี จนกระทั่งมาถึงพระเจ้าโจวโยวหวัง มีการเกิดภัยธรรมชาติคือ แผ่นดินไหวอย่างร้ายแรง มีโรคระบาด ซึ่งประชาชนได้รับความทุกข์ยากแต่กษัตริย์กลับไม่สนใจใยดีในความยากลำบากของประชาชนกลับหลงระเริงไปกับสุรานารีต่าง ๆ ทำให้เจ้านครรัฐหลายรัฐได้รวมตัวกันกับเผ่าเฉวี่ยนหรงได้เข้าโจมตีและรอบปลงพระชมน์เป็นอันให้จบสิ้นของราชวงศ์โจวตะวันตก

ยุคชุนชิว เริ่มในปี 770 ก่อน ค.ศ. ในสมัยพระเจ้าโจวผิงหวัง จนถึงปี 476 ก่อน ค.ศ. หรือปี 44 ที่สมัยพระเจ้าโจวจิ้งหวัง ซึ่งมีอยู่ 5 นคร หลังจากที่ราชวงศ์โจวตะวันตกล่มสลายไปแล้วจากการร่วมมือของเจ้านครรัฐต่าง ๆ กับเผ่าเฉวี่ยนหรง ได้สถาปนารัชทายา อี้จิ้วขึ้นเป็นกษัตริย์ พระนามว่า พระเจ้าโจวผิงหวัง และได้ย้ายเมืองหลวงไปยังที่แห่งใหม่คือ เมืองลั่วอี้ และในยุคนี้นั้นได้มีการแก่งแย่งความเป็นใหญ่ของเจ้านครรัฐต่าง ๆ มาเป็นระยะ ๆ เพราะต้องการที่จะเป็นผู้นำ

ยุคเลียดก๊ก ในช่วงต้นยุคชุนชิวนั้นในแผ่นดินจีนมีนครรัฐมากถึงสองร้อยกว่ารัฐ และได้มีการแย่งชิงอำนาจกันอย่างรุนแรงและต่อเนื่องของแต่ละนครรัฐ แต่ได้มีรัฐใหญ่ที่ชนะเพียงเจ็ดรัฐ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ของจีนเรียกว่า เจ็ดมหานครรัฐแห่งยุคจั้นกั๋ว โดยมี รัฐฉี รัฐเยียน รัฐหาน รัฐฉู่ รัฐเจ้า รัฐฉิน และรัฐเว่ย และสุดท้ายการสิ้นสุดอำนาจลง เปลี่ยนการปกครองใหม่โดย อิ๋งเจิ้ง แห่งรัฐฉิน ที่รู้จักกันในนาม ฉินสื่อหวงตี้  เป็นการเริ่มต้นของจักรวรรดิใหม่องค์แรกของจีน

3. สมัยราชวงศ์และจักรวรรดิ

อารยธรรมจีน 3

ราชวงศ์ฉิน ถึง ราชวงศ์ชิง เป็นจีนยุคจักรวรรดิ ที่นักประวัติศาสตร์ของจีนเรียกกันอย่างนั้น ไปดูกันว่ามีราชวงศ์อะไรกันบ้างและแต่ละราชวงศ์มีอารยธรรมจีนอะไรกันบ้าง 

ราชวงศ์ฉิน และแม้ว่าราชวงศ์ฉินนั้นจะมีอายุสั้น ๆ เพียง 12 ปี แต่ได้มีการวางรากฐานของอารยธรรมชนเผ่าฮั่นที่สำคัญ ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีเมืองหลวง เสียนหยาง หรือบริเวณเมืองซีอานในปัจจุบัน ฉินซีฮ่องเต้ คือผู้ปกครองเมืองราชวงศ์ฉิน หลังจากที่ได้เปิดศึกชนะรบทั้ง 6 เมืองได้ทำให้มีอำนาจทางการทหาร เศรษฐกิจ และสังคม มีการบังคับให้ประชาชนใช้มาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการรวมประเทศไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว และผลงานอันเด่นชัดนั้นก็คือ กำแพงหมื่นลี้ หรือกำแพงเมืองจีน ได้สร้างเพื่อเป็นแนวป้องกันจากพวกป่าเถื่อนต่าง ๆ ซึ่งสร้างต่อจากแนวกำแพงเดิมไปยังรัฐต่าง ๆ ในสมัยจ้านกั๊ว ทำให้กำแพงนี้มีความยาวนับหมื่น ๆ ลี้ จึงเรียกว่ากำแพงหมื่นลี้ หรือปัจจุบันเรียก กำแพงเมืองจีน ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับเมืองจีน และผลงานที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ การใช้ภาษาเขียนภาษาเดียวคือ ภาษาจีนที่เป็นภาษากลาง แม้ว่าจะพูดและสำเนียงต่างกันของชนเผ่าต่าง ๆ ก็ตาม ให้ใช้ตัวเขียนเหมือนกันทั่วประเทศ ตลอดจนมาตราการชั่ง วัดตวง หรือการเงิน ให้เป็นหน่วยเดียวกันทั่วประเทศ และการสร้างถนนที่มีความกว้างของถนนสำหรับรถมาวิ่ง2 คันสวนกันได้ทั่วประเทศ และยังอนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิเป็นเจ้าของที่ดินได้ หลังจากฉินซีฮ่องเต้สวรรคต บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายและเกิดการแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์ หลิวปังสามารถที่จะสู้รบชนะได้ และทำให้ราชวงศ์ฉินสิ้นสุด

ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก นักประวัติศาสตร์ของจีนได้แบ่งยุคสมัยของราชวงศ์ฮั่นเป็นสองยุคตามที่ตั้งของเมืองหลวง คือ ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เป็นการครองราชย์ตั้งแต่ 206 ปีก่อนคริสต์ศักราช – ค.ศ. 220 และมีราชวงศ์ฮั่นเข้ามามีอำนาจคั่นกลางในระยะเวลาอันสั้น

ซึ่งเมื่อเล่าปังได้รับชัยชนะจากการสู้รบระหว่างความขัดแย้งในราชวงศ์ฉินหลังจากที่ ฉินซีฮ่องเต้สวรรคตได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ฮั่น ที่มีความยิ่งใหญ่และปกครองแผ่นดินมายาวนาน โดยมีพระนามว่า สมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเกาจู มีเมืองหลวง ฉางอาน ที่อยู่ใกล้กับบริเวณเมืองซีอาน มณฑลฉ่านซีในปัจจุบัน 

ราชวงศ์ซิน เป็นราชวงศ์ที่ตั้งโดย อองมัง ผู้ทรงมีอำนาจจากการโค่นล้มจักรพรรดิฮั่นแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตกได้ โดยมีการครองราชในระยะเวลาอันสั้น ๆ ตั้งแต่ ค.ศ. 9-23

ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เป็นราชวงศ์ฮั่นเดิมที่ฟื้นตัวเองมาจากราชวงศ์ซิน ที่อองมังได้ยึดอำนาจในช่วงราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และได้ย้ายเมืองหลวงไปที่ไปลั่วหยาง โดยเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 23-220 ได้มีการพัฒนาและขยายความเจริญรุ่งเรืองของชาวจีนเป็นอย่างมาก แต่แต่ได้มีการกบฎของโจรโพกผ้าเหลืองใน ปี ค.ศ. 184 ทำให้ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกได้สิ้นสุดลง เป็นจุดเริ่มต้นของยุคขุนศึก และได้มีการจัดตั้งอาณาจักรถึงสามแห่ง มีชื่อเรียกกันว่า ยุคสามก๊ก ซึ่งเป็นที่มาของวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก

ยุคสามก๊ก  หลังจากที่มีการกบฏของโจรโพกผ้าเหลือง ทำให้ราชวงศ์ฮั่นมีความอ่อนแอ ทำให้แผ่นดินได้แตกแยกออกเป็นสามก๊ก คือ จ๊กก๊กของเล่าปี่ วุยก๊กของโจโฉ และง่อก๊กของซุนกวน และขณะนั้นตั๋งโต๊ะ ซึ่งเป็นแม่ทัพของชายแดนได้เข้ามาควบคุมอำนาจในเมืองหลวงไว้ได้ ทำให้มีการแตกแยกและทำสงครามกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 189 และระหว่างนั้นการแย่งชิงอำนาจทำให้เกิดสงครามและและมีเหล่าขุนพลต่าง ๆ ที่ปรีชาสามารถ ในการต่อสู้และสร้างชื่อเสียงในการทำสงครามจำนวนมาก เช่น กวนอู เตียวหุย ลิโป้ จูล่ง ฯลฯ และต่อมาใน ค.ศ. 280 ก๊กซุนกวนได้ล่มสลาย สุมาเอี๋ยนได้รวบรวมแผ่นดินจีนกลับมาได้อีกครั้ง ราชวงศ์จิ้นจึงเกิดขึ้น

ราชวงศ์จิ้นตะวันตก และราชวงศ์จิ้นตะวันออก หลังจากที่สุมาเอี๋ยนได้สถาปนาตนเองเป็นจิ้นอู่ตี้ โดยราชวงศ์จิ้นตะวันตกใน ค.ศ. 265 แทนราชวงศ์วุ่ยของเฉาเชาหรือโจโฉ และง่อก๊กของซุนกวนแล้วนั้น ทำให้สามก๊กสิ้นสุดลง แต่ราชวงศ์จิ้นตะวันตกก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะได้มีการรับเอาเผ่าทางเหนือนอกด่านเข้ามาจำนวนมาก ทำให้หัวหน้าเผ่าซงหนู หลิวหยวน ตั้งตัวเป็นอิสระ ในนาม ฮั่นกว๋อ และมีบุตรชายของหลิวหยวนสิ้น ชื่อ หลิวชง ยกกำลังเข้าบุกลั่วหยาง เมืองหลวงของจิ้นตะวันตก ได้จับตัวของจิ้นหวยตี้เป็นตัวประกันและสำเร็จโทษ ทำให้การล่มสลายของราชวงศ์จิ้นตะวันตก และจีนอยู่ในภาวะเสี่ยงและวุ่นวายอย่างหนักอีกครั้ง และสำนักจิ้นได้ย้านฐานทางปกครองเมืองหลวงไปทางใต้ และได้สถาปนาราชวงศ์จิ้นตะวันออก และสถานการณ์ความวุ่นวายของทางตอนเหนือจะหนักหน่วง ทำให้เกิดแผ่นดินที่แตกออก 16 แคว้น ซึ่งเรียกว่า ยุคห้าชนเผ่าสิบหกแคว้น และเป็นเพียงยุคที่สั้น ๆ ที่เป็นการหลอมรวมวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวจีนเชื้อสายต่าง ๆ ใน ค.ศ. 317-420

ราชวงศ์เหนือใต้  เริ่มเมื่อ ค.ศ. 420 – 581  หลังจากราชวงศ์จิ้นตะวันตกล่มสลาย และเกิดสงครามของเผ่า 16 แคว้น ทำให้หัวหน้าเผ่าทั่วป๋าเซียเปยใได้อำนาจครองเมืองและสถาปนาเป็นรัฐเว่ย์เหนือ และตั้งเมืองผิงเฉิงเป็นเมืองหลวง และในปี ค.ศ. 581 หยางเจียนได้ปลดจักรพรรดิโจวจิ้ง และสถาปนาราชวงศ์สุย จากนั้นได้ยกทัพไปรบทางใต้ ทำให้ยุติการแบ่งแยกเหนือใต้ที่มีมายาวนานได้สำเร็จ

ราชวงศ์สุย เมื่อสุยเหวินตี้ฮ่องเต้ ได้รวบรวมเมืองต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวของแผ่นดินจีนอีกครั้ง ได้มีการฟื้นฟูแผ่นดินจากภาวะสงคราม ทำให้มีการเจริญเติบโตทางการผลิต และประเทศมีความสงบสุขให้ระยะหนึ่งและสุยเหวินตี้ ได้ปฏิรูปการปกครองครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวมเอาเขตปกครองท้องถิ่น ลดขนาดการบริหารองค์กร รวมอำนาจบริหารไว้ที่ส่วนกลาง ฮ่องเต้รวบอำนาจไว้ทั้งหมดทั้งการปกครอง การทหารและเศรษฐกิจ ซึ่งมีขุนนางเป็นผู้ช่วยในการบริหาร แต่ราชวงศ์สุยก็ครองอำนาจได้ในระยะสั้น ระหว่าง ค.ศ. 581-617 ก็ต้องเสียเมืองให้กับบรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ที่แย่งชิงอำนาจและต้องการเป็นใหญ่ 

ราชวงศ์ถัง ขุนนางใหญ่ หลี่หยวน ในสมัยราชวงศสุย ได้ลุกฮือที่ดินแดนไท่หยวน และรบชนะ ได้ตั้งราชธานีที่เมืองฉางอัน และสถาปนาตัวเองเป็นราชวงศ์ถัง ซึ่งในช่วงราชวงศ์ถังสมัยถังไท่จอง มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากทั้งทางด้านการทหาร ศาสนา การค้าขายและด้านอื่นๆ ก็เจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย และมีการขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล และหลังจากที่ถังไท่จงสิ้นไปแล้วนั้น ราชวงศ์ถังเริ่มเสื่อมถอย  จนกระทั่งพระสนมของถังไท่จง พระนางบูเช็กเทียนได้เข้าคุมอำนาจบริหารประเทศไว้ได้ทั้งหมดและเป็นฮ่องเต้หญิงคนแรกและองค์เดียวของจีน และเป็นที่เริ่มของราชวงศ์โจว และในยุคของพระนางบูเช็กเทียนได้มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมมากที่สุด แต่ในช่วงยุคนั้นนักประวัติศาสตร์ได้กล่าวโจมตีนางว่าเป็นสตรีที่เข้ามายุ่งกับการบริหารประเทศแต่แล้วนักประวัติศาสตร์เหล่านั้นก็มีการชื่นชมนางในภายหลัง หลังจากสิ้นสมัยพระนางบูเช็กเทียน แผ่นดินจีนก็กลับไปสู่คนในสกุลหลี่อีกครั้ง สมัยพระเจ้าถังสวนจง และในสมัยนี้มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะและบทกวี และ

ได้เสื่อมถอยลงไปจากการที่พระเจ้าถังสวนจงไม่ได้สนใจในการบริหารประเทศลุ่มหลงอยู่กับพระสนมหยางกุ้ยเฟย ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีน  ส่งผลให้อานลู่ซานแม่ทัพชายแดนได้เข้ามาปฏิวัติและยึดเมืองหลวงไว้ได้สำเร็จ เป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์ถัง ซึ่งมีระยะเวลาอยู่ในช่วง ค.ศ. 618-907

ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร อยู่ในช่วง ค.ศ. 907-960 เป็นช่วงปลายราชวงศ์ถังที่มีการกบฎตามแนวชายแดนต่าง ๆ มีการแย่งชิงอำนาจของขันทีในราชสำนัก แม่ทัพจูเวินได้ทำการสังหารขันทีที่มีอำนาจในราชสำนักแล้วได้สถาปนาตนขึ้นเป็นจักรพรรดิ และทำให้หัวเมืองต่าง ๆ ได้แบ่งอำนาจกันออกเป็นห้าราชวงศ์ สิบอาณาจักร ในยุคนี้การปกครองที่แบ่งแยกอำนาจกันทำให้ขาดเสถียรภาพในการบริหารและปกครองประเทศ ส่งผลให้ประชาชนอยู่ด้วยความยากลำบาก ต่อจากนั้น เจ้าควงอิ้น ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ได้ทำการชิงอำนาจจากราชวงศ์โจว และตั้งตนเป็นราชวงศ์ซ่งหรือซ้อง เป็นพระเจ้าซ่งไท่จู่ และได้รวบรวมอาณาจักรทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวจนสำเร็จโดยใช้เวลานานเกือบยี่สิบปี 

ราชวงศ์ซ่ง เริ่มตั้งแต่ปี 960-1279 โดยพระเจ้าซ่งไท่จู่  ไคฟงเป็นเมืองหลวง หรือมณฑลเหอหนานในปัจจุบัน ได้รวบรวมแผ่นดินจีนเป็นแผ่นดินเดียวกัน ใช้การบริหารประเทศแบบ ลำต้นแข็ง กิ่งก้านอ่อน มีการปฏิรูปการปกครอง ทหาร การเงินการคลังให้มีเสถียรภาพในส่วนกลาง แต่ส่วนท้องถิ่นกลับไร้ประสิทธิภาพ ท้ายที่สุดก็ต้องล่มสลายให้แก่ราชวงศ์หยวน

ราชวงศ์หยวน อยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1279-1368 ในช่วงนี้เป็นการปกครองโดย หยวนชื่อจู่ หรือกุบไลข่าน เป็นชาวมองโกล โดยยุคสมัยนี้มีการค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น เช่น มาโคโปโล และได้มีการพิมพ์ธนบัตรของจีนขึ้นใช้เป็นครั้งแรก และมีการส่งกองกำลังไปรุกรานชาวชวา เวียดนาม ญี่ปุ่น แต่ก็ไม่สบผลสำเร็จ และสมัยนี้ได้มีการขยายอาณาเขตที่กว้างใหญ่ขึ้นมาก อาณาจักรของโรมันถึง 4 เท่า หลังจากที่หยวนชื่อจูได้สิ้นพระชนม์ ชาวจีนถูกกดขี่จากชนชั้นมองโกล จนเกิดการกบฎ และหยวน จูหยวนจางได้นำทัพขับไล่ราชวงศ์หยวนออกไปจากแผ่นดินจีนได้สำเร็จ 

 ราชวงศ์หมิง อยู่ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1368-1644  ภายใต้การนำของจูหยวนจาง หรือจักรพรรดิหมิงไท่จู่ ได้ปกครองประเทศให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นทั้งการปกครอง

การทหาร การค้าขาย และลดหย่อนการเก็บภาษีจากชาวนาที่ยากจน และเมื่อจักรพรรดิหมิงไท่จู่ได้สิ้นพระชนม์ ก็ได้มีการแย่งชิงอำนาจกันเองในราชวงศ์ ในช่วงนี้จึงมีจักรพรรดิ

อีกหลายพระองค์ ซึ่งมาจบที่จักรพรรดิฉงเจิน องค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิง และในช่วงราชวงศ์หมิง มีการพัฒนาด้านการเกษตรมากกว่ายุคอื่น ๆ มีการทอผ้าไหม และการผลิตเครื่องเคลือบดินเผาที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก การทำเหมืองเหล็ก การหล่อเครื่องทองเหลือง เรียกได้ว่าเศรษฐกิจในช่วงนี้มีการพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองมาก มีการค้าขายจากต่างชาติและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างชาติมากขึ้น และได้มีการนำกองเรือจีนไปเยือนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกาทั้งหมดกว่า 30 ประเทศถึง 7 ครั้งด้วยกันของเจิ้งเหอและช่วงนี้เศรษฐกิจการค้าขายได้พัฒนาเป็นรูปร่างของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ในช่วงนี้ได้มีการพัฒนาไปทุก ๆ ด้านและเติบโตไปอย่างรวดเร็วมีทั้งศูนย์การค้าทั้งเล็กใหญ่ขยายไปตามเมืองต่าง ๆ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น การคมนาคมมีความสะดวกมากขึ้น อารยธรรมของจีนก็ได้ขยายไปยังต่างชาติมากขึ้น และมีการสอบจอหงวนเป็นครั้งแรกโดยการสอบนิยมเขียนบทความแบบแปดตอน ทำให้วรรณกรรมเรื่องยาวในสมัยราชวงศ์หมิงมีความรุ่งเรืองมาก หลังจากมลฑลฉ่านซีเกิดทุพภิกขภัย แต่ข้าราชการยังคงบังคับให้ประชาชนจ่ายภาษี ทำให้เกิดการต่อสู้รวมตัวกันของประชาชนและกองทหารชาวนา สุดท้ายแล้วทำให้ราชวงศ์หมิงต้องล่มสลาย

ราชวงศ์ชิง อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1644-1912 มีจักรพรรดิในราชวงศ์ถึง 13 พระองค์  โดยองค์แรกเผ่านูรฮาชี ชาวแมนจูเลีย สมยานามกษัตริย์ ชิงไทจงฮ่องเต้ และองค์สุดท้าย จักรพรรดิปูยี ก่อนที่จะสถาปนาเป็นระบบสาธารณรัฐ มีการเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครอง และการตรวจสอบ สังคม ศาสนา และการค้าขายมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก อนุญาตให้ชายจีนไว้ผมหางเปียและใส่เสื้อแบบแมนจูเลีย และต้องนับถือพุทธจีนซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่เริ่มนับถือศาสนาพุทธจีนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากและระบบราชการที่มีความเจริญที่สุดโดยการถอดแบบจากราชสมัย ราชวงศ์ซ่ง

4. สมัยใหม่ ยุคสาธารณรัฐจีน

จีนในยุคสาธารณรัฐจีน ในช่วงปี ค.ศ. 1912-1949 เป็นช่วงที่เกิดการปฏิวัติซินไฮ เป็นการปฏิวัติที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนและอารยธรรมจีน จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบสาธารณรัฐจีนภายใต้การทำโดย ดร. ซุนยัดเซ็น  ซึ่งเป็นประธานธิบดีคนแรกของสาธารณจีน(เฉพาะกาล) และได้สละตำแหน่งให้ ยเหวียน ซื่อไข่  ซึ่งยเหวียน ซื่อไข่คิดที่ฟื้นฟูระบบจักรพรรดิ และตั้งตัวเป็นฮ่องเต้  ซุนยัดเซ็นจึงต่อต้านอย่างรุนแรงและเกิดการต่อสู้แย่งชิงอำนาจทำให้เกิดการนองเลือดและเป็นช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวายอย่างหนักช่วงหนึ่งของจีน และช่วงนั้น ยเหวียน ซื่้อไข่ได้ล้มป่วยและเสียชีวิตในที่สุด หลังจากนั้นซุนยัดเซ็นก็ได้ล้มป่วยและเสียชีวิต ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจของ พรรคก๊กมินตั๋งที่นำโดย เจียงไคเช็ค และพรรคคอมมิวนิสต์ ของเหมาเจ๋อตุง และในช่วงแรกนั้นเจียงไคเช็คเป็นผู้ชนะ แต่ระหว่างนั้นได้มีมีสงครามโลกครั้งที่สองทำให้ทั้งสองฝ่ายหยุดความขัดแย้งและร่วมมือกันในการสู้รบจากกองทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด ทั้งสองพรรคได้เจรจาเพื่อตั้งรัฐบาลผสม แต่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมจึงมีการขัดแย้งกัน และพรรคก๊กมินตั๋งก็มีความขัดแย้งกันภายใน และเหมาเจ๋อตงได้ปลุกระดมชาวจีนทั่วประเทศให้เข้าร่วมการต่อสู้ และพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตงได้รับชัยชนะ ทำให้เจียงไคเช็คได้ลี้ภัยไปที่เกาะไต้หวัน และได้มีการสถาปนาสาธารณรัฐจีนขึ้นมาใหม่

5. สาธารณรัฐประชาชนจีน

อารยธรรมจีน 5

1 ต.ค. ค.ศ. 1949 เหมา เจ๋อตุง พรรคคอมมิวนิสต์ของจีน ได้ประกาศการจัดตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่กรุงปักกิ่งบนจัตุรัสเทียนอันเหมินเพื่อขึ้นปกครองประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ภายใต้การนำของเหมาเจ๋อตง ได้สร้างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้เปิดตัวโครงการอุตสาหกรรม ได้เริ่มโครงการ ระเบิดสองลูก หนึ่งดาวเทียม และได้เปิดนโยบายทางด้านเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดมาก จากภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว และยังมีประธานาธิบดีอีกหลายคนแต่ก็มาจากพรรคคอมมิวนิสต์มาจนถึงปัจจุบัน ผู้นำของจีนคือ สีจิ้นผิง เริ่มปกครองแผ่นดินมาตั้งแต่ มีนาคม 2556 ถึงปัจจุบัน ซึ่งถือได้ว่าประเทศจีนได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้งการเมืองการปกครอง สังคมและวัฒนธรรม การศึกษาเทคโนโลยี และการค้าขาย ตลอดจนการขยายอารยธรรมจีนไปได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก ประเทศจีนถือได้ว่าเป็นประเทศมีจำนวนประชากรมากและมีอาณาเขตที่กว้างมากด้วยเช่นกัน 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประเทศจีน ที่ย่อยประวัติศาสตร์จีน อารยธรรมจีน ไว้ให้ ทำให้ได้เห็นถึงการพัฒนาประเทศของจีนตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยโบราณ สมัยราชวงศ์และจักรวรรด์ และสมัยใหม่ ตลอดจนมาสู่สมัยปัจจุบันที่จีนมีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐประชาชนจีน เรียกได้ว่าจีนมีการพัฒนาความเป็นอยู่และการเมืองการปกครองตลอดจนการศึกษาและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ก้าวหน้า และมีความเจริญรุ่งเรืองมากและพัฒนาแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวทำให้ปัจจุบันประเทศจีนเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งในทุก ๆ ด้านเลยก็ว่าได้

อ่านบทความ ไทม์ไลน์สำคัญของพระราชินีผู้เป็นที่รักยิ่ง “ควีนอลิซาเบธ ที่ 2” กษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก

เครดิตรูป  www.pexels.com

สล็อตเว็บตรง

Recent post

ลักษณะการเมือง การปกครอง ยุค อาณาจักรสุโขทัย

อาณาจักรสุโขทัย ยุคแรกเริ่มของไทย ซึ่งลักษณะทางการเมืองและ การปกครอง ในยุคอาณาจักรสุโขทัยนั้น จะเป็นอย่างไรบ้าง เรามารู้ไปพร้อม ๆ กันได้เลย 

ศึกษา อาณาจักรล้านนา ดินแดนไทยในประวัติศาสตร์

อาณาจักรล้านนา ดินแดนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ทางภาคเหนือของประเทศไทยเราในปัจจุบันนี้เอง หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านและมอบความรู้

เรียนรู้ ศึกษา สงครามเย็น ความขัดแย้งทางการเมือง ครั้งใหญ่ของโลก

สงครามเย็น ถ้าใครได้ฟังชื่อนี้ครั้งแรก คงไม่พ้นจะคิดว่าเป็นการทำสงครามกันในหน้าหนาว สารภาพมานะ ใครเคยคิดแบบนี้บ้าง

ร่วมรำลึกปีประวัติศาสตร์ 2475 สำคัญอย่างไร ไปดูกัน

ร่วมรำลึกปีประวัติศาสตร์ 2475 ถึงแผนการอันเด็ดเดียวของกลุ่ม คณะราษฎร ปี 2475 และย้ำเตือนถึงความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

รวม 5 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ เทศกาลไหว้พระจันทร์

รวม 5 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ เทศกาลไหว้พระจันทร์ ที่ทางเราได้นำมาฝากคุณผู้อ่านกัน จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสาระน่ารู้ ที่อ่านได้เพลิน

เปิดประวัติศาสตร์ อารยธรรม โรมัน มีความเป็นมาอย่างไร

อารยธรรม โรมัน มีความโดดเด่นและเป็นรากฐานสำคัญที่มีอิธิพลต่อนุษย์เรา อย่างมาก ทั้งด้านการปกครอง ด้านศิลปะและศาสตร์แขนงต่าง ๆ

เจคืออะไร เทศกาลกินเจ สำคัญอย่างไร ไปดูกัน

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักและคุ้นชินกันดี เกี่ยวกับ เทศกาลกินเจ ที่จะมีการจัดขึ้นในทุก ๆ ปี โดยการร่วมเทศกาล จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ไปดูกัน

Tags
5 ประเพณี ภาคเหนือ รู้ไว้ใช่ว่า (1) 10 เรื่อง ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ เกี่ยวกับ ศิลปินคนดัง จัสติน บีเบอร์ (1) 2475 (1) Nirvana (1) คณะราษฎร (1) คณะราษฎร กลุ่มคนเล็กๆ กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ของไทย (1) ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (1) จัสติน บีเบอร์ (1) ดนตรี (2) ตีแผ่ เหตุการณ์ รัฐประหาร ในไทย (1) บุคคลสำคัญ (7) ประวัติศาสตร์จีน (2) ประวัติศาสตร์โลก (8) ประวัติศาสตร์ไทย (10) ประวัติ เจงกิส ข่าน (1) ประวัติ เจงกิส ข่าน จักรพรรดิ นักรบ ชาวมองโกล (1) ประเทศไทย ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นอย่างไร ไปศึกษากัน (1) ประเพณี ภาคเหนือ (1) ประเพณี ภาคใต้ (1) ปอมเปอี (1) พาไปรู้จัก 5 ประเพณี ภาคใต้ ที่สำคัญ (1) ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (1) รวม 5 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ เทศกาลไหว้พระจันทร์ (1) รัฐประหาร (1) รัตนโกสินทร์ (2) ร่วมรำลึกปีประวัติศาสตร์ 2475 สำคัญอย่างไร ไปดูกัน (1) ลักษณะการเมือง การปกครอง ยุค อาณาจักรสุโขทัย (1) ศิลปวัฒนธรรม (6) ศึกษา อาณาจักรล้านนา ดินแดนไทยในประวัติศาสตร์ (1) สงคราม (5) สงครามต่อต้านอเมริกา (1) สงครามเย็น (2) สงครามเย็น เวียดนาม หรือ สงครามต่อต้านอเมริกา เป็นอย่างไร ไปดูกัน (1) อาณาจักรล้านนา (1) อาณาจักรสุโขทัย (1) อารยธรรมกรีก (1) อารยธรรม โรมัน (1) เจคืออะไร เทศกาลกินเจ สำคัญอย่างไร ไปดูกัน (1) เจงกิส ข่าน (1) เทศกาลกินเจ (1) เทศกาลไหว้พระจันทร์ (1) เปิดประวัติศาสตร์ อารยธรรม โรมัน มีความเป็นมาอย่างไร (1) เรียนรู้ ศึกษา สงครามเย็น ความขัดแย้งทางการเมือง ครั้งใหญ่ของโลก (1) เหตุการณ์สำคัญ (6) ไขความลับ เมืองปริศนา ปอมเปอี (1)