6 ตุลา เหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดอย่างที่สุด ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ไทย

6 ตุลา

เหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ถูกกล่าวถึงน้อยมาก จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นจากที่ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยของฝั่งของประชาชนในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 นั้นแล้ว ผลที่ได้คือรัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพล ถนอม กิตติขจร ถูกพ้นจากอำนาจ และต้องเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไป พร้อมกับ จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร หลังจากนั้น ตั้งแต่กลางปี 2518 ได้มีสัญญาณว่ากลุ่มเผด็จการทหารเดิมนี้ กำลังวางแผนที่ที่จะเข้ายึดอำนาจคืนอีกครั้ง และ วันที่ 19 กันยายน 2519 นายถนอม ที่ได้ถูกขับไล่ออกนอกประเทศไทย และลี้ภัยไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกานั้น ก็ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยด้วยการบวชและเข้ามาในสถานะสามเณร โดยได้อ้างต่อสาธารณชนว่าตนนั้นจะอยู่ใต้ร่มของกาสาวพัสตร์ มิได้เจตนามุ่ง แสวงหาอำนาจแต่อย่างใด และต้องการที่จะมาเยี่ยมบิดาของตนที่ใกล้ถึง แก่กรรม เมื่อสามเณรถนอมออกจากสนามบิน ก็ได้มุ่งตรงไปยังวัดบวรนิเวศ- วิหารเพื่อที่จะเข้ารับการอุปสมบท แต่มวลมหาประชาชนจำนวนมาก ยังคงไม่เชื่อ ว่าสามเณรถนอมนั้นปรารถนาที่จะความหลุดพ้นจริงๆ (แต่ท้ายที่สุด เขาก็สึก ในปีถัดมา ก่อนดำเนินการเรียกร้องให้รัฐบาลนั้นส่งคืนทรัพย์สินของตนที่ได้ถูก ยึดไปด้วยข้อหาอันทุจริต) จึงได้พากันออกมาประท้วง แต่นักกิจกรรมนั้นถูก โต้กลับอย่างรุนแรง ในวันที่ […]

14 ตุลา 2516 “การปฏิวัติเดือนตุลาคม”

14 ตุลา

หนึ่งเหตุการณ์ที่รู้จักกันและเรียกว่า “14 ตุลา” นั้น นับเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยเลยก็ว่าได้ ในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2516 กลุ่มเยาวชนที่เป็นนักเรียนนิสิตนักศึกษา ได้ร่วมกับประชาชนจํานวนนับแสนได้เรียกร้องให้รัฐบาลคณาธิปไตยถนอม-ประภาส-ณรงค์ ปลดปล่อยนิสิต นักศึกษา อาจารย์ และนักการเมืองจำนวน 13 คนที่ได้ถูกจับกุมข้อหาเรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกรัฐบาลตั้งข้อหาว่ากระทําการผิดกฎหมาย มั่วสุม ชักชวนให้มีการชุมนุมทางการเมืองในที่สาธารณะเกินกว่า 5 คน อาจเป็นเหตุบ่อนทําลายความมั่นคงของรัฐ เป็นกบฏภายในพระราชอาณาจักร และมีการกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ ในระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคม นักเรียนนิสิต นักศึกษา และประชาชน ได้ชุมนุมประท้วงโดยสันติวิธี ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันเสาร์ที่ 13 มีประชามหาชนเดินขบวนสําแดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ที่ดูราวกับกระแสคลื่นมนุษย์ท่วมท้นบนถนนราชดําเนิน และในวันที่ 14 ตุลา ก็เกิดความรุนแรงขึ้น เยาวชนได้ถูกปราบปรามด้วยอาวุธร้ายแรง อันเป็นผลให้เกิดการลุกฮือขึ้นมาทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และแล้วเผด็จการก็ได้สิ้นลง เหล่าผู้นำคณาธิปไตย ถนอม-ประพาส-ณรงค์ ได้ทำการลี้ภัยไปยังต่างประเทศ นับตั้งแต่นั้นเหตุการณ์ 14 ตุลา ก็ได้เป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีการขนานนามเหตุการณ์นี้ต่าง ๆ นานา วันมหาวิปโยค วันมหาปิติ […]

เขมรแดง ย้อนรอยความโหดเหี้ยม เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 

เขมรแดง

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของกลุ่ม เขมรแดง ซึ่งเป็นกลุ่มคนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ดำเนินการอย่างโหดเหี้ยมต่อคนกัมพูชา แม้ในเวลาต่อมาจะถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด แต่บทเรียนนี้ก็สามารถสอนให้เราได้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบการปกครองของโลกได้เป็นอย่างดี ลองมาศึกษาถึงรายละเอียดของข้อมูลนี้กันดีกว่าค่ะ   จุดเริ่มต้นของ เขมรแดง  หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองกัมพูชาในฐานะประเทศอาณานิคม ซึ่งในช่วงเวลานั้น กัมพูชาได้มีการส่งคนไปเรียนที่ฝรั่งเศสไม่น้อย และหนึ่งในนั้นก็คือ นายพล พต ซึ่งเป็นชาวเขมรเชื้อสายจีน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเรืองอำนาจของเขมรแดง  นายพล พต มีโอกาสได้ศึกษาต่อในด้านของวิศวกรรมที่ฝรั่งเศส และเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเรียนรู้ทฤษฎีสังคมศาสตร์ที่อยากจะกลับมาเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของประเทศตัวเอง นอกจากนี้ นายพล พต ยังมีโอกาสเดินทางไปที่ประเทศจีน และไปเรียนรู้ทฤษฎีคอมมิวนิสต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นผู้นำของเขมรแดงในยุคถัดไป  ยุคเรืองอำนาจของ เขมรแดง  ในปี 1975 กลุ่มเขมรแดง สามารถล้มล้างผู้ปกครองเดิมได้ โดยมีนาย พล พต เป็นผู้นำ เขมรแดงต้องการที่จะเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็น ‘สาธารณรัฐเกษตรกรรมสังคมนิยม’ โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้ความช่วยเหลือ และเชื่อว่าความช่วยเหลือในทุกด้านกว่า 90% ก็มาจากจีน ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลุ่มเขมรแดงยังคงอยู่ได้เป็นเวลานาน  ทันทีที่เขมรแดงได้ขึ้นปกครองประเทศ เขมรแดงได้ทำให้เมืองว่างเปล่า และบังคับให้ชาวกัมพูชาย้ายไปตั้งค่ายแรงงานในชนบท เขาบังคับให้คนนับล้านเดินทางออกจากเมืองพนมเปญ โดยอ้างว่าพวกอเมริกาจะมาทิ้งระเบิดใส่ ซึ่งหลังจากกวาดต้อนผู้คนมาได้ ก็นำแรงงานคนไปทำงานในชนบท   เขมรแดงบังคับให้ชาวเขมรและกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 1.7 […]